พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ปี พ.ศ.๒๕๑๙ ฉบับที่ ๓ (แก้ไข) พ.ศ. ๒๕๔๓


กฎหมายฉบับนี้กำหนดให้มีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เป็นองค์กรกลาง รับผิดชอบงานการป้องกัน และปราบปรามยาเสพติดของประเทศ และให้มีสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (สำนักงาน ป.ป.ส.) มีหน้าที่เป็นหน่วยกลาง ในการประสานการดำเนินงาน ให้เป็นไปตามมติของคณะกรรมการและปฏิบัติงานธุรการอื่น

คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ประกอบด้วย ประธานกรรมการ คือ นายกรัฐมนตรี กรรมการโดยตำแหน่ง คือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข อธิบดีกรมตำรวจ อธิบดีกรมศุลกากร อัยการสูงสุด กรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งอีก ไม่เกินหกคน (วาระคราวละ ๒ ปี) และมีกรรมการและเลขานุการ คือ เลขาธิการ ป.ป.ส. (มาตรา ๕)

อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (มาตรา ๑๓)


๑. กำหนดแผนงานและมาตรการป้องกันและปราบปรามผู้กระทำความผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด
๒. ควบคุมการสืบสวน สอบสวนและฟ้องคดีความผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด
๓. วางโครงการและดำเนินการ ตลอดจนสั่งให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องดำเนินการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับยาเสพติด
๔. ควบคุม เร่งรัดและประสานงานการปฏิบัติหน้าที่ของส่วนราชการที่มีอำนาจหน้าที่ในการปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด
๕. เสนอความคิดเห็นต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อให้มีการปรับปรุงการปฏิบัติราชการหรืองานแผนงานหรือ โครงการของส่วนราชการ ที่มีอำนาจหน้าที่ในการปฏิบัติการตามกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด ู
๖. ประสานงานและกำกับการเกี่ยวกับการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด
๗. พิจารณาอนุมัติแต่งตั้งเจ้าพนักงานป.ป.ส.
๘. เสนอความเห็นต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ในสถานประกอบการ และกำหนดให้สถานที่ ซึ่งใช้ในการประกอบธุรกิจใด ๆ เป็นสถานประกอบการ
๙. สั่งปิดชั่วคราวหรือพักใช้ใบอนุญาตประกอบการสถานประกอบการที่ตรวจพบว่า มีการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ในสถานประกอบการ
๑๐. เปรียบเทียบปรับเจ้าของหรือผู้ดำเนินกิจการสถานประกอบการ ที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฏหมายนี้


สำหรับอำนาจหน้าที่กรรมการ เลขาธิการ รองเลขาธิการ และเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. มีดังนี้ (มาตรา ๑๔)


๑. เข้าไปในเคหสถาน สถานที่ใด ๆ หรือยานพาหนะใด ๆ ในเวลากลางวัน ระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก เพื่อตรวจค้น ยึดหรืออายัดยาเสพติด ที่มีไว้โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือจับกุมบุคคลใด ๆ ที่มีเหตุอันควรสงสัยว่า กระทำความผิดตามกฏหมายเกี่ยวกับยาเสพติด แต่ในกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยว่ามียาเสพติดซุกซ่อนอยู่ โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือบุคคลที่ถูกจับได้หลบซ่อนอยู่ในเคหสถาน หรือสถานที่นั้น ประกอบกับมีเหตุอันควรเชื่อว่า หากไม่ดำเนินการในทันที ยาเสพติดนั้นจะถูกโยกย้ายหรือบุคคลที่หลบซ่อนอยู่จะหลบหนี ก็ให้มีอำนาจเข้าไปในเวลากลางคืนภายหลังพระอาทิตย์ตกได้
๒. ค้นเคหสถาน สถานที่หรือบุคคลใด ๆ ที่มีเหตุอันควรสงสัยว่า มียาเสพติดซุกซ่อนอยู่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ยึดหรืออายัดยาเสพติด หรือทรัพย์สินอื่นใดที่ได้รับมา เนื่องจากการกระทำความผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด หรือที่ได้ใช้ หรือจะใช้ในการกระทำความผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด หรือที่อาจใช้เป็นพยานหลักฐานได้
๓. จับกุมบุคคลใด ๆ ที่การกระทำความผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด และมีอำนาจควบคุมตัวผู้ถูกจับไว้เพื่อทำการสอบสวนได้เป็นเวลาไม่เกิน ๓ วัน (มาตรา ๑๕)
๔. สอบสวนผู้ต้องหาในคดีความผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด
๕. มีหนังสือสอบถามหรือเรียกบุคคลใด ๆ หรือเจ้าหน้าที่ของหน่วยราชการใด ๆ มาให้ ถ้อยคำหรือให้ส่งบัญชีเอกสาร หรือวัตถุใดๆมาเพื่อตรวจสอบหรือประกอบการพิจารณา
๖. ตรวจสถานประกอบการว่ามีการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ในสถานประกอบการหรือไม่
๗. ตรวจหรือทดสอบหาสารเสพติดในร่างกายบุคคล หรือกลุ่มบุคคลที่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าเสพยาเสพติด หรือสั่งให้รับการตรวจหรือทดสอบดังกล่าว การป้องกันและปราบปรามยาเสพติดในสถานประกอบการ

  • ประเภทสถานประกอบการ คือ
    ๑. สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง (ปั้มน้ำมัน) ซึ่งรวมถึงสถานที่ที่ใช้ในการประกอบธุรกิจต่าง ๆ ซึ่งอยู่ในความควบคุม ดูแล หรืออาศัยสิทธิของเจ้าของ หรือผู้ดำเนินกิจการ ๒. สถานีบริการที่บรรจุก๊าซให้แก่ยานพาหนะ (ปั้มก๊าซ) ๓. สถานบริการ ได้แก่ สถานเต้นรำ รำวง รองเง็งประเภทที่มีและประเภทที่ไม่ม่หญิงพาตเนอร์บริการ
    - สถานที่ที่มีอาหาร สุรา น้ำชา หรือ เครื่องดื่มอย่างอื่นจำหน่าย และ บริการโดยมีหญิงบำเรอสำหรับปรนนิบัติลูกค้า หรือโดยมีที่สำหรับพักผ่อน หลับนอน หรือบริการนวดให้แก่ลูกค้า
    - สถานอาบน้ำ นวดหรืออบตัว ซึ่งมีผู้บริการให้แก่ลูกค้า
    - สถานที่ที่มีอาหาร สุรา น้ำชาหรือเครื่องดื่มอย่างอื่นจำหน่าย โดยจัดให้มีการแสดงดนตรี หรือการแสดงอื่นใดเพื่อการบันเทิง
    ๔. ที่พักอาศัยในเชิงพาณิชย์ที่ให้ผู้อื่นเช่า อันได้แก่ หอพัก อาคารชุด เกสเฮ้าส ์
    ๕. สถานที่ที่ได้จัดไว้ให้มีการเล่นบิลเลียด สนุกเกอร์ ซึ่งเก็บค่าบริการจากผู้เล่น
    ๖. โรงงาน เช่น โรงเลื่อย เรือประมง อู่ซ่อมบำรุงรถ โรงสี เป็นต้น

หน้าที่ของสถานประกอบการ

๑. ควบคุม ดูแล สอดส่องพนักงานของตน และบุคคลภายนอกไม่ให้กระทำ หรือมั่วสุมกันกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดใน หรือบริเวณสถานประกอบการ
๒. พิจารณาคัดเลือกบุคคลกรที่ไม่มีพฤติการณ์เกี่ยวกับยาเสพติดเข้าเป็นพนักงาน
๓. อบรมพนักงานให้มีความเข้าใจในการป้องกันการใช้ยาเสพติด
๔. จัดทำบันทึกประจำวันของพนักงานไว้ประจำสถานประกอบการ
๕. ให้ความร่วมมือกับเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ
๖. อำนวยความสะดวกกับเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ในการตรวจหรือทดสอบหาสารเสพติดในร่างกาย
๗. ติดป้ายหรือประกาศที่มีข้อความ

(๑) เตือนเกี่ยวกับพิษภัยหรืออัตราโทษตามกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด ซึ่งบังคับขนาดอักษรไว้ 2 ขนาดตามประภทของสถานประกอบการ คือ
- กว้างไม่น้อยกว่า ๔ ซม. และสูงไม่น้อยกว่า ๗ ซม. สำหรับปั้มน้ำมัน ปั้มก๊าซ และโรงงาน
- กว้างไม่น้อยกว่า ๒ ซม. และสุงไม่น้อยกว่า ๓ ซม. สำหรับสถานบริการ หอพัก อาคารชุด เกสเฮ้าส์ และสถานที่จัดให้มีการเล่นบิลเลียด สนุกเกอร์
(๒) การปฎิบัติตามกฎหมาย คือ "สถานประกอบการนี้อยู่ภายใต้บังคับกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด"
๑. ปฎิบัติตามหนังสือเตือนของเลขาธิการ ป.ป.ส.
  • ความรับผิดชอบของสถานประกอบการ
    - ถูกปรับตั้งแต่ ๑๐,๐๐๐ - ๕๐,๐๐๐ บาท
    - ถูกปิดชั่วคราวสถานประกอบการ หรือถูกพักใช้ใบอนุญาตประกอบการ ครั้งละไม่เกิน ๑๕ วัน
  • การปิดชั่วคราวหรือพักใช้ใบอนุญาตประกอบการ
    - การรวมรวมข้อมูลเบื้องต้นโดยเจ้าพนักงาน ป.ป.ส.
    - การกลั่นกรองข้อมูลเบื้องต้น โดยคณะอนุกรรมการกลั่นกรองการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ในสถานประกอบการในเขตจังหวัดที่สถานประกอบการตั้งอยู่
    - การพิจารณาวินิจฉัย และคำสั่งโดยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ซึ่งเจ้าของหรือผู้ดำเนินกิจการสถานประกอบการ มีโอกาสชี้แจงหรือพิสูจน์การใช้ความระมัดระวังของตนได้
    - การแจ้งคำสั่ง โดยเลขาธิการ ป.ป.ส. แจ้งให้หน่วยงานซึ่งควบคุมการประกอบธุรกิจ ของสถานประกอบการถือปฎิบัติตามคำสั่ง และประธานอนุกรรมการการกลั่นกรองการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ในสถานประกอบการ แจ้งให้เจ้าของหรือผู้ดำเนินกิจการสถานประกอบการทราบคำสั่ง

พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๕     


   กฎหมายฉบับนี้ได้แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๑๙ ดังต่อไปนี้
             (๑) แก้ไของค์ประกอบของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๕)
             (๒) กำหนดให้มีคณะกรรมการที่ปรึกษาหรือคณะอนุกรรมการ เพื่อพิจารณาหรือทำการใด ๆ แทนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดได้ (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๐)
             (๓) แก้ไขอำนาจหน้าที่ของสำนักงาน ป.ป.ส. และให้มีเลขาธิการ ป.ป.ส. เป็นผู้ควบคุมดูแลโดยทั่วไป ซึ่งราชการของสำนักงาน ป.ป.ส. ขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๑ และมาตรา ๑๒)
             (๔) เพิ่มเติมอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ในมาตรา ๑๓(๑๐) (๑๑) และ (๑๒)
             (๕) กำหนดเหตุให้ค้นได้โดยไม่ต้องมีหมายค้น (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๔)
             ( ๖) กำหนดให้เจ้าพนักงานอาจขอให้บุคคลใดเพื่อช่วยเหลือเจ้าพนักงานในการปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการตรวจค้น จับกุม หรือตรวจ หรือทดสอบ หรือสั่งให้รับการตรวจหรือทดสอบว่าบุคคลหรือกลุ่มบุคคลมีสารเสพติดอยู่ในร่างกายหรือไม่ (เพิ่มมาตรา ๑๔ ตรี)
             (๗) กำหนดให้เจ้าพนักงานอาจขอให้ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้เจ้าพนักงานได้มาซึ่งข้อมูลข่าวสารในสิ่งสื่อสารที่ถูกใช้เพื่อประโยชน์ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดได้ และห้ามไม่ให้นำข้อมูลข่าวสารดังกล่าวไปเปิดเผยโดยไม่ชอบ (เพิ่มมาตรา ๑๔ จัตวา และมาตรา ๑๖/๑)
             (๘) กำหนดโทษแก่ผู้ที่ไม่ให้ความสะดวกแก่ผู้ที่ช่วยเหลือเจ้าพนักงานในการปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการตรวจค้น จับกุม หรือตรวจ หรือทดสอบ หรือสั่งให้รับการตรวจหรือทดสอบสารเสพติดในร่างกาย (เพิ่มวรรคสองของมาตรา ๑๖)

หากผู้ใดสนใจโปรดติดต่อขอรายละเอียดได้ที่
กองนิติการ
เลขที่ ๕ ถนนดินแดง แขวงสามเสนใน
เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร ๑๐๔๐๐
โทรศัพท์ (๖๖๒) ๒๔๕-๙๐๘๗ โทรสาร (๖๖๒) ๒๔๕-๙๔๑๓
 

หรือสำนักงานคณะกรรมการกฤษฏีกา ที่ http://www.krisdika.go.th