กลุ่มสารอื่นๆที่นำมาใช้เสพติด

 

 บทนำ             

             สารที่ถูกนำมาใช้เสพติดที่แพร่ระบาดอยู่และเป็นปัญหากับสังคมปัจจุบัน มีอยู่มากมายหลายกลุ่มหลายประเภท มีทั้งที่เป็นยา เป็นยาเสพติด และวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท มีฤทธิ์ทั้งกดประสาท กระตุ้นประสาท และหลอนประสาท เป็นสารที่มาจากธรรมชาติ และจากการสังเคราะห์  มีลักษณะทางกายภาพที่เป็นทั้งพืช เป็นผง เป็นเม็ด เป็นยางเหนียวหรือเป็นของเหลว

              ในอดีตสารที่นำมาใช้เสพเป็นยาเสพติดส่วนใหญ่ มีรูปแบบที่ไม่ซับซ้อน แต่ละชนิดมีลักษณะเฉพาะ เช่น ฝิ่น มอร์ฟีน เฮโรอีน กัญชา ยาบ้า เป็นต้น มีบางกลุ่มที่เสพสารชนิดอื่นๆ นอกเหนือจากตัวยาหลัก เพื่อทดแทน เช่น Seconal,  Dormicum, Valium Rohypnol, ฯ ซึ่งจัดเป็นยากล่อมประสาทในกลุ่มวัตถุออกฤทธิ์ฯ ในระยะหลังๆพบกลุ่มวัยรุ่นเสพสารในกลุ่มวัตถุออกฤทธิ์มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มนักเที่ยวกลางคืนบางกลุ่มตามสถานเริงรมย์ที่จัดให้มีการเต้นรำ หรืองานปาร์ตี้เล็กๆที่จัดกันเองในบ้านหรือหอพัก  มีการพัฒนารูปแบบของตัวยา โดยนำเอาตัวยาเสพติด หรือวัตถุออกฤทธิ์ฯบางชนิดมาเสพ หรือนำมาปรุงแต่งกับสารชนิดอื่น หรือเสพร่วมกับเครื่องดื่มบางชนิด เพื่อให้ผลของยาเป็นไปตามความต้องการของผู้เสพ เพิ่มความรู้สึกสนุกสนาน และเป็นสุขในขณะเต้นรำ ดังนั้นผู้ผลิตจะพัฒนารูปแบบของตัวยาให้เป็นไปตามความต้องการของผู้ใช้ หรือตามสภาพแวดล้อมมากขึ้น  ผู้เสพในกลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่นที่อยู่ในวัยเรียน

และได้ขยายวงกว้างมากขึ้นเรื่อยๆ   

สารที่นำมาใช้เสพติดในกลุ่มอื่นๆ

             นอกจากยาเสพติด หรือวัตถุออกฤทธิ์ฯ บางชนิดที่เป็นปัญหาสำคัญและรัฐบาลได้ระดมหลายหน่วยงานร่วมแก้ไขจนสภาพปัญหาเบาบางมาก  แต่ยังมียาและสารเสพติดบางชนิดแฝงอยู่ในกลุ่มวัยรุ่นบางกลุ่ม และได้ขยายวงกว้างมากขึ้นเรื่อยๆ ได้แก่

1. กลุ่ม Club Drugs เป็นกลุ่มยาที่ถูกนำไปใช้เสพ ในการเต้นรำในงานปาร์ตี้

2. กลุ่ม Hallucinogens กลุ่มยาหลอนประสาท

3. กลุ่ม Pharmaceutical Abuse  กลุ่มยาที่มีประโยชน์ทางการแพทย์ แต่ถูกนำไปใช้

    ในทางที่ผิด

4. กลุ่มDiet pill กลุ่มยาลดความอ้วน

Club Drugs

             เป็นกลุ่มยาที่ถูกนำไปใช้เป็นส่วนประกอบหนึ่ง ในกิจกรรมของกลุ่มนักเต้นรำ  บางกลุ่ม นอกเหนือจากส่วนประกอบอื่นๆ เช่น แสง สี เสียง ที่เร่าร้อน เสื้อผ้าหลวมๆ เครื่องประ ดับ และเครื่องดื่มบางชนิด  ผลของยาทำให้ผู้เสพเกิดอารมณ์เคลิบเคลิ้มเป็นสุข สนุกสนาน ผ่อนคลาย โดยจะลักลอบเสพกันในสถานที่ที่จัดให้มีการเต้นรำตลอดคืน หรือจัดกันเองเป็นปาร์ตี้เล็กในบ้าน เริ่มนิยมกันในยุโรป เมื่อทศวรรษที่1980s แล้วแพร่เข้าสู่อเมริกา ปลายทศวรรษที่ 1980s ต้นทศวรรษที่ 1990s  สำหรับประเทศไทยระยะ แรกพบเป็นจากกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาตินำเข้า มาจัดปาร์ตี้ในประ เทศ แล้วเสพกันเฉพาะในกลุ่ม

            กลุ่มยาเหล่านี้ มีทั้งที่เป็นยาเสพติดและวัตถุออกฤทธิ์ฯ ส่วนใหญ่เป็นยาที่ผิดกฎหมาย ได้แก่  ยาอี (Ecstasy)  โคเคน (Cocaine)  จีเฮสบี( Gamma-hydroxybutyrate)  ยาเค(Ketamine), โรฮิปนอล(Flunitrazepam)  แอลเอสดี (d-lysergic acid diethylamine) พีซีพี(Phencyclidine)  เห็ดขี้ควาย( Psilocybin )ฯ

 แบ่งตามการออกฤทธิ์ได้เป็น 3 กลุ่ม

1. กลุ่มยากดประสาท ได้แก่  จีเฮสบี  ยาเค  โรฮิปนอล

2. กลุ่มยากระตุ้นประสาทได้แก่  ยาอี  โคเคน

3. กลุ่มยาหลอนประสาท ได้แก่  แอลเอสดี  พีซีพี  เห็ดขี้ควาย

             สำหรับปัญหา Club Drugs ในประเทศไทยส่วนใหญ่ที่พบมี ยาอี  ยาเค ยาบ้า โคเคน  และ กลุ่มยากล่อมประสาทบางตัว เช่น อัลปราโซแลม ไนเมตาซีแพม มิดาโซแลม  ส่วนยาตัวอื่นๆไม่ค่อยได้พบ 

             ยาในกลุ่ม Club Drugs บางตัวถูกนำไปใช้ในการก่ออาชญากรรมทางเพศ  เรียกว่า Date Rape Drugs ได้แก่  จีเฮสบี  โรฮิปนอล  ยาเค  อัลปราโซแลม ฯ เนื่องจากยากลุ่มนี้ ไม่มีสี ไม่มีรส และไม่มีกลิ่น ละลายน้ำได้ดี จึงมีผู้ไม่หวังดีนำไปผสมในเครื่อง ดื่มเพื่อให้เหยื่อสาวเสพโดยไม่รู้ตัว ทำให้เหยื่อเกิดอาการ นอนหลับ หมดสติ และไม่สามารถต่อสู้ขัดขืนขณะถูกล่วงละเมิดทางเพศได้  บางครั้งผู้เสพไม่สามารถจำเหตุการณ์ในขณะที่อยู่ภายใต้ฤทธิ์ของยา ทำให้ยากต่อการเอาโทษผู้กระทำผิดได้

Hallucinogens

             เป็นกลุ่มยาที่มีฤทธิ์ทำให้ผู้เสพเกิดอาการประสาทหลอน ได้ยินและเห็นอะไรผิดไปจากความจริง กลุ่มยาเหล่านี้มีทั้งที่เกิดขึ้นเองในธรรมชาติ และเกิดจากการสัง เคราะห์ ยากลุ่มนี้พบมากในกลุ่มผู้เสพในประเทศทางตะวันตก ในภูมิภาคเอเชียพบน้อยโดยเฉพาะประ เทศไทย ดูเหมือนผู้เสพยาจะไม่นิยม  ส่วนใหญ่ที่พบจะเป็นพวกนักท่องเที่ยวจากตะวันตกที่นำเข้ามาเสพกันเอง  ยาหลอนประสาทมีอยู่หลายชนิด ได้แก่ แอลเอสดี(LSD)  พีซีพี(PCP)  เห็ดขี้ควาย(Psilocybin)  เมสคาลีน ต้นลำโพงหรือมะเขือบ้า เป็นต้น

 

 

Pharmaceutical Abuse 

             เป็นกลุ่มยาที่มีประโยชน์ทางการแพทย์มาก แต่ถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด   เช่นกลุ่มยากล่อมประสาท และยานอนหลับบางชนิด ส่วนใหญ่เป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท เป็นกลุ่มยาที่ใช้ในการรักษาอาการวิตกกังวล เครียด  นอนไม่หลับ ผู้เสพจะมีอาการมึนเมา เดินเซ คล้ายคนเมาสุรา กลุ่มยาพวกนี้ได้แก่ ยา อัลปราโซแลม ไนเมตาซีแพม มิดาโซแลม ไดอาซีแพมยา แก้ไอ ฯ

Diet Pills

             กลุ่มยาลดความอ้วนเป็นกลุ่มยาที่แพทย์คลินิกลดความอ้วนจัดให้ ประกอบด้วยยาหลายประเภท ได้แก่กลุ่มยาที่ทำให้ลดความรู้สึกอยากอาหาร กลุ่มยาเพิ่มความร้อนและเผาผลาญพลังงานในร่างกาย  กลุ่มยาระบาย  ยาขับปัสสาวะ และกลุ่มยานอนหลับหรือคลายกังวล  ยาเหล่านี้บางชนิดจัดเป็นยาในกลุ่มวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ทีพบเห็นมีการนำมาใช้ เช่น  Phentermine, Fenfluramine, Mazidol ,Ephedrine, Caffeine Diazepam เป็นต้น

 

 

 

 

 


คุณสมบัติของยาแต่ละชนิด


ยาอี (Ecstasy) 

            MDMA (3,4- methylenedioxymethamphetamine) เป็นสารสังเคราะห์ มีฤทธิ์กระตุ้นประสาท และหลอนประสาท จัดเป็นยาเสพติดให้โทษประเท 1 ตาม

             พบในรูปเม็ดยา ชื่อเรียกอื่น  Ecstasy, E, X, Adam, เป็นต้น

ผลของยา

-          ให้ฤทธิ์ได้ 3 – 6 ชั่วโมง  ผู้เสพรู้สึกสนุกสนาน อารมณ์เป็นสุข ประสาทหลอน

-          ทำให้ผู้เสพสูญเสียน้ำในร่างกาย ความดันโลหิตสูง ความร้อนในร่างกายสูง อาจทำให้การทำงานของหัวใจและไตล้มเหลว

-          ถ้าใช้ไปนานๆ ทำให้เกิดอาการสับสน มีปัญหาในการนอน วิตกกังวล ภาวะจิตบกพร่อง สูญเสียความจำ

GHB (Gamma hydroxybutyrate)

                                        

                                        

 

              เป็นสารสังเคราะห์ มีฤทธิ์กดประสาท จัดเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทในประเภท 1 ตาม

             เป็นผงสีขาว มีทั่งเป็นผง เป็นเม็ด แต่ส่วนใหญ่พบในรูปสารละลายบรรจุในขวดขนาดเล็ก มีชือเรียกอื่น Liquid Ecstasy  นักเพาะกายเคยนำไปใช้เสริมสร้างกล้ามเนื้อ

ผลของยา

-         ระงับอาการกระวนกระวาย และทำให้เคลิบเคลิ้ม ผ่อนคลาย ลดความอาย หลอนประสาทอ่อนๆ 

-        ใช้ร่วมกับ alcohol ทำเพิ่มอันตรายมากขึ้น

       -    มีผลทำให้หายใจช้าลง การเต้นของหัวใจอยู่ในระดับอันตราย ใช้เกินขนาดถึงตายได้


ยาเค (Ketamine)

          

              เป็นสารสังเคราะห์มีฤทธิ์กดประสาท จัดเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 

             เป็นผงสีขาวส่วนใหญ่พบอยู่ในรูปของสารละลายบรรจุในขวดฉีดยาสีชาขนาดเล็ก การนำไปใช้ในทางที่ผิดส่วนใหญ่จะนำไประเหยน้ำออกเหลือเป็นผงแล้วเสพโดยสูดเข้าจมูก ใส่บุหรี่สูบ หรือผสมในเครื่องดื่ม มีชื่อเรียกอื่นๆว่า Ketalar, Ketava, Special K เป็นต้น

ผลของยา

-        มีฤทธิ์สั้นอยู่ได้เพียง 30-60 นาที มีฤทธิ์หลอนประสาทคล้าย PCP แต่อ่อนกว่า 

มองเห็นภาพแปลกๆ

-        ทางการแพทย์นำไปใช้เป็นยาสลบในการผ่าตัดเล็กหรือใช้ผ่าตัดสัตว์

-        เสพปริมาณน้อยจะมีอาการเหมือนเมาสุรา เหม่อลอย วิงเวียนตาลาย การรับภาพและเสียงผิดปกติ

-        เสพในปริมาณสูงหรือเสพร่วมกับสารอื่น เช่น แอลกอฮอล์  ยากล่อมประสาทบางชนิด  หรือ GHB จะเสริมฤทธิ์กันมากเป็นอันตราย เพราะไปกดระบบหายใจ หมดสติ และตายได้

-        ผู้เสพจะมีอาการปากแห้ง คดแห้ง หายใจมีปัญหา ถ้าเสพประจำจะมีอาการทางจิตหวาดระแวง

Rohypnol (Flunitrazepam)

                                   

                                   

 

              เป็นสารสังเคราะห์ มีฤทธิ์กดประสาทจัดเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ในประเภท 2  เป็นยาในกลุ่ม Benzodiazepines

             เป็นผงผลึกสีเหลืองอ่อน  ไม่มีกลิ่น ไม่มีรส ละลายน้ำได้ดี พบในรูปเม็ดยา กลมแบนสีขาว มีตัวอักษร ROCHE และตัวเลขในวงกลม ปัจจุบันได้เปลี่ยนเป็นรูปทรงลี สีเขียวมะกอก มีตัวเลข 542 ด้านหนึ่ง

ผลของยา

-    มีฤทธิ์แรงกว่า Valium ประมาณ 10 เท่า

-        ทางการแพทย์ใช้รักษาอาการนอนไม่หลับ หรือใช้ก่อนผ่าตัดเพื่อให้คนไข้มีอาการสงบ ผ่อนคลาย ลดการเกรงของกล้ามเนื้อและหลับ

-        เสพร่วมกับยาเสพติดชนิดกระตุ้น เพื่อลดฤทธิ์ของการกระตุ้น เสพร่วมกับ แอลกอฮอล์เพื่อให้เกิดอาการสบายและผ่อนคลาย

LSD (Lysergic acid diethylamide)

              

 

 

 

           

              เป็นสารสังเคราะห์ มีฤทธิ์หลอนประสาท จัดเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1

             LSD บริสุทธิ์มีลักษณะเป็นผลึกสีขาว ไม่มีกลิ่น ละลายน้ำ พบมากที่สุดโดยหยดลงในรูปแผ่นกระดาษคล้ายแสตมป์ขนาดเล็ก  บางครั้งพบเป็นก้อนสี่เหลี่ยมคล้ายก้อนน้ำตาล

ผลของยา

-        ฤทธิ์ของยาให้ผลไม่แน่นอนขึ้นกับปริมาณที่เสพ และบุคลิกของแต่ละคน

-          ผู้เสพมีอาการเปลี่ยนแปลงเร็ว เกิดอาการหลงละเมอประสาทหลอนโดยเฉพาะทางตา ประสาทสัมผัสถูกบิดเบือนทั้งขนาด รูปร่างวัตถุ การเคลื่อนไหว สี เสียง จะเห็นเสียงและได้ยินสี

-          ขาดสติควบคุมตัวเองไม่ได้ กล้าทำในสิ่งต่างๆ  ใช้ไปนานๆ จะทำให้เป็นโรคจิต

PCP (Phencyclidine)

                                         

                                            

             เป็นสารสังเคราะห์ มีฤทธิ์หลอนประสาท  เป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทในประเภท 2

              เป็นผลึกสีขาว ละลายน้ำได้ พบทั้งที่เป็นเม็ดยา และเป็นของเหลว

ผลของยา

     -  ทำให้เปลี่ยนความคิด อารมณ์ และความรู้สึกรับรู้  คิดว่าสามารถแยกจิตออกจากร่างกายได้

    -  ประสาทหลอนเห็นภาพผิดจากความจริง

เห็ดขี้ควาย (Psilocybin)

                                              

                                                  

 

             Psilocybin เป็นสารที่พบในเห็ดขี้ควาย มีฤทธิ์หลอนประสาท จัดเป็นยาเสพติดให้โทษ ในประเภท 1

             ชื่อเรียกอื่นๆ Magic Mushroom  เห็ดเมา รับประทานแบบสดๆ หรือทำให้สุกโดยปรุงกับอาหาร หรือหมักในเครื่องดื่ม

ผลของยา

-        ทำให้อารมณ์ ความคิด และความรู้สึกเปลี่ยน  มีอาการเพ้อฝัน

ไนเมตาซีแพม ( Erimin5 )

 


 

           

              เป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 เม็ดยาเป็นแบบกลมแบนสีส้มอ่อน ด้านหนึ่งรูปคล้ายดอกไม้ มีตัวเลข 028 อีกด้านมีตัวเลข 5  มีฤทธิ์กดประสาทในกลุ่มยานอนหลับใช้รักษาอาการนอนไม่หลับ 

มิดาโซแลม (Dormicum)

 

 


          

               เป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 เม็ดยาเป็นรูปทรงลี สีฟ้า มีฤทธิ์กดประสาท ในกลุ่มยานอนหลับใช้รักษาอาการวิตกกังวล

อัลปราโซแลม (Alprazolam)


             เป็นวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 4  เป็นเม็ดยารูปทรงลี มีสีขาว สีชมพูอ่อน สีม่วง มีชื่อเรียกทางการค้าว่า ซาแน็ก โซแลม ฯ มีฤทธิ์กดประสาท จัดอยู่ในกลุ่มยากล่อมประสาท ทำให้ผู้เสพเกิดอาการมึนเมาคล้ายคนเมาสุรา เดินเซ

 

ไดอะซีแพม(Diazepam)

 


         เป็นวัตถุออกฤทธิ์ฯประเภท 4 เม็ดยาเป็นแบบกลมขนาดเล็ก มีสีขาว เหลือง ชมพู แดง ส้ม และแบบแคปซูล เรียกชื่อการค้าว่า  แวเลี่ยม(Valium) มีฤทธิ์กดประสาทในกลุ่มยากล่อมประสาท ใช้รักษาอาการวิตกกังวล  ผู้เสพเกิดอาการมึนเมาคล้ายคนดื่มสุรา

 

เฟนเทอมีน(Phentermine)

  

                               

 

 

             พบมากในยาชุดลดความอ้วน เป็นยากระตุ้นประสาท ทำให้ลดความอยากอาหาร เป็นวัตถุออกฤทธิ์ฯประเภท 2 พบทั้งที่บรรจุในแคปซูลและในรูปเม็ดยา